CURRENT EXHIBITION

"Lily Ovary"

A solo exhibition by
Kosit Juntaratip
14 February 2024

Presented by Head High Second Floor.

Kosit Juntaratip, born 1971, lives and works in Chiang Mai. He is professor at Multidisciplinary Art Division, Visual Arts Departmnent, Faculty of Fine Arts, Chiang Mai University.

Thirty years ago, on 14 February 1994, the plastic doll Lily Ovary and Kosit Juntaratip got married in the Chiang Mai First Church. An incredible and well thought-out act. The artist Kosit Juntaratip wrote nothing less than history, not only in the Thai art scene.

Kosit’s artistic work “Lily Ovary (14 February 1994)” - started as a critique of our plastic and consumer society and as a reflection on our own lives, life in general and the world as a whole. This is still the basic concept.

That was 30 years ago now and reason enough today to celebrate life and a unique relationship.

Lily Ovary is still present in the artist's life, even though she has long since moved to another place and is hopefully happy.

Kosit was able to grow and develop with Lily Ovary and she will always remain a part of his life.

In the best case, this also works in interpersonal relationships. But we all know the feeling of loneliness and abandonment and have suffered from a broken heart. And not all the people we once loved remain a part of our lives forever.

Can a doll or, as is already technically possible today, an AI-generated partner replace another person? I think for some, yes indeed. This is shown not least by reports of people who have consciously decided to live with one or more dolls, whether after failed or disappointed love or for whatever reason

The artwork “Lily Ovary (14 February 1994)” is also intended to make people think about the fact that love is boundless and should be possible far beyond any social convention. If there were no such concepts as normal and abnormal, the world might be a better place.

This artist has a vision, stands by what he thinks and says and inspires many young people who are still looking for their place in life.

That cannot be valued highly enough.

"ลิลี่ โอวาริ"

นิทรรศการเดี่ยวโดย
โฆษิต จันทรทิพย์
จัดแสดง 14 กุมภาพันธ์ 2567

นำเสนอ โดย Head High Second Floor.

โฆษิต จันทรทิพย์ เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2514 พำนักและทำงานที่เชียงใหม่ เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาศิลปะสาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ย้อนไปเมื่อสามสิบปีก่อน วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2537

โฆษิต จันทรทิพย์ และ ลิลี่ โอวารี ตุ๊กตายางสาวได้เข้าสู่งานวิวาห์ ณ. คริสตจักรแห่งแรกในเชียงใหม่ นั่นถือเป็นความคิดอันสุดล้ำ  เพราะโฆษิต จันทรทิพย์ ได้ปักหมุดหมายไว้ให้กับประวัติศาสตร์วงการศิลปะของประเทศไทยนับจากบัดนั้น

ในวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 นี้ขอเชิญทุกท่านร่วมงานฉลองครบรอบแต่งงาน 30 ปีที่ เฮดไฮด์เซ็กเคินด์ฟลอร์ (Head High Second Floor)

โฆษิตกับงานศิลปะของเขาลิลี่ โอวาริ (14 กุมภาพันธ์ .. 2537)” แนวคิดหลักเริ่มต้นจากการวิพากษ์วิจารณ์สังคมพลาสติกในยุคบริโภคนิยม และเป็นการสะท้อนชีวิตทั่วไปของเราปุถุชนและต่อคนทั้งโลก  นั่นคือเมื่อ 30 ปีที่แล้ว และนี่ก็เป็นเหตุผลที่เพียงพอแล้วที่จะเฉลิมฉลองชีวิตและความสัมพันธ์สุดแสนพิเศษในวันนี้

ลิลี่ โอวาริ ยังคงวนเวียนอยู่ในชีวิตของศิลปินผู้นี้ แม้ว่าเธอจะย้ายไปที่อื่นนานแล้ว  หวังใจว่าเธอจะยังคงมีความสุขในชีวิต

โฆษิตยังคงใช้ชีวิต พัฒนา และเติบโตไปพร้อมกับลิลี่ โอวาริ เธอจะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของเขาตลอดไป

การได้มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกันเองนั้นก็เป็นทางเลือกที่ดี ทว่าเราทุกคนต่างก็รู้ดีถึงความรู้สึกเหงาและการถูกทอดทิ้ง และต้องทนทุกข์ทรมานจากใจที่แตกสลาย และไม่ใช่ทุกคนที่เรารักจะยังคงอยู่ในชีวิตของเราตลอดไป แต่ในแง่เทคนิคแล้วตุ๊กตากลับสามารถเป็นเช่นนั้นได้

ในทุกวันนี้ คู่ชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นจากเอไอจะเข้ามาแทนที่มนุษย์ได้หรือไม่นั้นข้าพเจ้าคิดว่าสำหรับบางคนนั้นคำตอบคือ  “ใช่” อย่างไม่ต้องสงสัย  นี่เป็นสิ่งที่เราได้รับรู้อยู่เนืองๆจากรายงานข่าวของผู้คนมีสติสัมปชัญญะที่ตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกับตุ๊กตาตั้งแต่หนึ่งตัวขึ้นไป  ไม่ว่าเพราะเหตุความรักที่ล้มเหลวหรือผิดหวังหรือจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม

โฆษิตกับงานศิลปะของเขา “ลิลี่ โอวาริ (14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537)” มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้คนตระหนักรู้ถึงความจริงที่ว่าความรักนั้นไม่มีขีดจำกัด และเราควรก้าวข้ามแบบแผนทางสังคมใดๆ  โลกอาจจะดีกว่านี้ถ้าหากไม่มีข้อจำกัดแบ่งแยกเรื่องความผิดแผกแตกต่าง ศิลปินผู้นี้มีวิสัยทัศน์ ยืนหยัดในสิ่งที่เขาคิดและพูด และเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนหนุ่มสาวจำนวนมากที่ยังคงมองหาที่ๆหนึ่งในการให้กับชีวิตที่มีคุณค่าเกินกว่าจะประเมินได้

#jtg-2340 .modula-item .jtg-social a, .lightbox-socials.jtg-social a{ color: #000000 }#jtg-2340 .modula-item .jtg-social svg, .lightbox-socials.jtg-social svg { height: 16px; width: 16px }#jtg-2340 .modula-item .jtg-social a:not(:last-child), .lightbox-socials.jtg-social a:not(:last-child) { margin-right: 10px }#jtg-2340 .modula-item .figc {color:#000000;}#jtg-2340 .modula-item .figc .jtg-title { font-size: 18px; }#jtg-2340 .modula-item .modula-item-content { transform: scale(1) }#jtg-2340 { width:100%;}#jtg-2340 .modula-items{height:400px;}@media screen and (max-width: 992px) {#jtg-2340 .modula-items{height:400px;}}@media screen and (max-width: 768px) {#jtg-2340 .modula-items{height:400px;}}#jtg-2340 .modula-items .figc p.description { font-size:14px; }#jtg-2340 .modula-items .figc p.description { color:#000000;}#jtg-2340 .modula-items .figc .jtg-title { color:#000000; }#jtg-2340.modula-gallery .modula-item > a, #jtg-2340.modula-gallery .modula-item, #jtg-2340.modula-gallery .modula-item-content > a:not(.modula-no-follow) { cursor:zoom-in; } #jtg-2340.modula-gallery .modula-item-content .modula-no-follow { cursor: default; } html body .modula-fancybox-caption a, html body .modula-fancybox-caption a:link, html body .modula-fancybox-caption a:visited { color: #f00 !important; }@media screen and (max-width:480px){#jtg-2340 .modula-item .figc .jtg-title { font-size: 12px; }#jtg-2340 .modula-items .figc p.description { color:#000000;font-size:10px; }}

PAST EXHIBITION

"Something Like Happy"

A solo exhibition by
Pawarest (Doe) Choksaen
23 December - 3 February 2024

Presented by Head High Second Floor.

Pawarest (Doe) Choksean, born 1970, lives and works in Bangkok. At a young age he studied sculpture at the Poh Chang Academy of Arts.

He then spent most of his working life in the advertising industry, a job that helped him earn a living but did not bring fulfilment and satisfaction. The passion for art was too great and could not really be reconciled with his daily work.

Doe dared to make a new start, jumped into the deep end and almost fell into the abyss. Personal crises and world-weariness accompanied his life, but art saved him.

He began painting late in life, not bound by any school of painting or academic standards. Doe was free of all that. His gaze is unobstructed and his paintings come from the depth of his being. They reflect - despite personal misfortunes - the artist's connection with the world around him, his search for meaning, for harmony, and love.

This is what makes Doe’s paintings so unique and universal at the same time. Role models in art history and contemporary painting are hard to spot. Doe is Doe. He has invented himself, and that is a good thing.

His sources of inspiration are likely to be diverse. Internet and social media might be important, but above all, are his surroundings, which he roams through and perceives with an alert eye. The depiction of figures, their surroundings and interior in his paintings are not so far removed from photography. They resemble snapshots that could have been taken from a film still.

Strong, but also very delicate acrylic colours are applied to the canvases. Doe’s pictures actually have nothing dark, they show a happiness that is fragile and wants to be found anew every day. The figures are not really portrayed, but show themselves in all their ambivalence and search. Doe is concerned with the core, with the essential.

Today, Doe is admired by collectors and his paintings can be found in private collections in Thailand, throughout Asia and overseas. Renowned galleries in Bangkok have and will exhibit Doe in the future.

Something like happy“ seems possible.

"Something Like Happy"

นิทรรศการเดี่ยวโดย
ปวเรศวร์ (โด้) โชคแสน
จัดแสดง 23 ธันวาคม – 3 กุมภาพันธ์ 2567

นำเสนอ โดย Head High Second Floor.

ปวเรศวร์ (โด้) โชคแสน เกิดปี 1970 อาศัยและทำงานในกรุงเทพฯ เมื่อช่วงวัยรุ่นเขาศึกษาประติมากรรมที่สถาบันเพาะช่างจากนั้นเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตการทำงานในสายวงการโฆษณา  ซึ่งเป็นงานที่ช่วยให้เขาหาเลี้ยงชีพได้แต่ก็ไม่ได้เติมเต็มแรงปราถนาส่วนลึกของเขาความหลงใหลในงานศิลปะของเขานั้นเอ่อล้นเสียจนไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับงานประจำวันของเขาได้

โด้รวบรวมความกล้า เขาเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทว่ากลับกระโจนและถลำลงลึกจนเกือบตกเหวทั้งวิกฤตส่วนตัวและความเหนื่อยล้าของโลกต่างถาโถมเข้าสู่ชีวิตของเขา แต่ศิลปะช่วยชีวิตเขาไว้ได้

เขาเริ่มวาดภาพในช่วงปลายวัยกลางคนของชีวิตโดยไม่ยึดติดกับโรงเรียนศิลปะหรือมาตรฐานทางวิชาการใดๆ  โด้เป็นอิสระจากสิ่งเหล่านั้น วิสัยทัศน์ของเขาไม่มีขอบเขตขวางกั้น ภาพวาดของเขาออกมาจากส่วนลึกในจิตใจ   ถึงแม้จะป็นเรื่องที่ไม่สมหวังในชีวิตก็ตาม มันได้สะท้อนถึงความเชื่อมโยงระหว่างศิลปินกับโลกรอบตัว การค้นหาความหมายระหว่างความสมดุลและความรักนี่คือสิ่งที่ทำให้ภาพวาดของโด้มีเอกลักษณ์และมีความเป็นสากลในเวลาเดียวกัน

ในประวัติศาสตร์ศิลปะและจิตรกรรมร่วมสมัยการหาต้นแบบนั้นเป็นสิ่งที่หาได้ยาก และโด้มีแบบฉบับของเขาเอง นับว่าเป็นสิ่งที่ดี ที่มาและแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานของเขานั้นมีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย แต่เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมดคือสิ่งแวดล้อมที่เขาได้ประสบและรับรู้ด้วยสายตาอันกระตือรือร้น ภาพวาดบุคคล สิ่งแวดล้อม และภาพภายในสิ่งก่อสร้างของเขานั้นไม่ห่างไกลจากกับภาพถ่ายนักมีลักษณะคล้ายกับภาพนิ่งจากภาพยนตร์

เทคนิคการใช้สีอะครีลิคบนผืนผ้าใบของโด้นั้นเเข็งแกร่งทว่าละเอียดอ่อน  รูปภาพของเขานั้นที่จริงก็ไม่มีอะไรมืดมน มันแสดงถึงความสุขอันเปราะบางที่ถวิลหาสิ่งใหม่ในทุกวัน ภาพคนเหล่านี้ไม่ได้แสดงออกอย่างที่เห็นจริงๆ  แต่แลดูมีความสับสนและเฝ้าค้นหาถึงบางสิ่ง งานของโด้เข้าถึงแก่นแท้ในสิ่งเหล่านั้น

ปัจจุบันงานของโด้ได้รับเสียงชื่นชมจากนักสะสม งานศิลปะ ภาพวาดของเขาสามารถพบได้ในงานสะสมส่วนตัวในประเทศไทย ทั่วทั้งเอเชียต่างประเทศ และแกลเลอรี่ที่มีชื่อเสียงในกรุงเทพฯ และงานแสดงของเขาที่จะมีขึ้นในอนาคต

บางสิ่งที่คล้ายกับความสุข” ดูเหมือนอะไรที่เป็นไปได้

#jtg-2315 .modula-item .jtg-social a, .lightbox-socials.jtg-social a{ color: #000000 }#jtg-2315 .modula-item .jtg-social svg, .lightbox-socials.jtg-social svg { height: 16px; width: 16px }#jtg-2315 .modula-item .jtg-social a:not(:last-child), .lightbox-socials.jtg-social a:not(:last-child) { margin-right: 10px }#jtg-2315 .modula-item .figc {color:#000000;}#jtg-2315 .modula-item .figc .jtg-title { font-size: 18px; }#jtg-2315 .modula-item .modula-item-content { transform: scale(1) }#jtg-2315 { width:100%;}#jtg-2315 .modula-items{height:400px;}@media screen and (max-width: 992px) {#jtg-2315 .modula-items{height:400px;}}@media screen and (max-width: 768px) {#jtg-2315 .modula-items{height:400px;}}#jtg-2315 .modula-items .figc p.description { font-size:14px; }#jtg-2315 .modula-items .figc p.description { color:#000000;}#jtg-2315 .modula-items .figc .jtg-title { color:#000000; }#jtg-2315.modula-gallery .modula-item > a, #jtg-2315.modula-gallery .modula-item, #jtg-2315.modula-gallery .modula-item-content > a:not(.modula-no-follow) { cursor:zoom-in; } #jtg-2315.modula-gallery .modula-item-content .modula-no-follow { cursor: default; } html body .modula-fancybox-caption a, html body .modula-fancybox-caption a:link, html body .modula-fancybox-caption a:visited { color: #f00 !important; }@media screen and (max-width:480px){#jtg-2315 .modula-item .figc .jtg-title { font-size: 12px; }#jtg-2315 .modula-items .figc p.description { color:#000000;font-size:10px; }}

HOW I GOT TO NOW

Selected works from the collection of Head High Second Floor
and recent acquisitions.

HOW TO GET TO THE NEW LOCATION

Head High Second Floor
28/1 Singharat Rd., T.Si Phum, A.Mueang, Old Town, Mueang, Chiang Mai, 50200 Thailand

Opening Hours:
Tue - Sun
15:00 - 19:00
Or by appointment

Phone:
+66 61 686 0660 (ENG/GER)

Email: hello@head-high-second-floor.com