BangLee Everything Everywhere

A solo exhibition by
Anuwat Apimukmongkon
March 18 – April 29, 2023

Presented by Head High Second Floor.

This world is Aniccam (Impermanence), nothing is certain, it changes, disappears, and it is not eternal.

o   This world is Dukkha (Subject to suffering). Suffering is the substance of all things, cannot survive in its original state, it’s variable by natural such as wanting, not wanting, wanting to have, not wanting to have, wanting to be, not wanting to be.

o   This world is Anatta (Non-self), cannot be grasped, unable to hold, unable to possess and cannot be controlled, devoid of true identity.

While humans are actively trying to explore and seek out the truth of the multiverse for scientific discovery, to find answers about the origins of the world, to disprove the theory of the old universe, or to discover the possibility of the existence of the new universe, it could be one reason or any other, but if you take a glance carefully, it may be that one reason: we explore and seek out other universes because the world and the original universe that we are in have been ruined, destroyed, reproduced, and accumulated, and that is too much to heal. The existence of a multiverse or other parallel world appears to be a fantasy, a salvation hope for us to escape and hide from the unhappy world that we have all created by forgetting that everything in this world is Aniccam, Dukkha, and Anatta.

"BangLee Everything Everywhere" is a compilation of Bang Lee's multiverses (the medium of Anuwat Apimukmongkol) in the world of happiness, suffering, reality, and dreams. It will take you to explore the body of BangLee that has transformed into everything everywhere in the world of other artists and a new universe. Who would Bang Lee be if she were someone else? Who would the other person be without their identity? If we, as humans, had never existed in this universe, would it be better or worse? At the same time, if we happened to exist in another universe, would it be better or worse? To find those answers, it may require us to travel through other universes. And when we pull ourselves back into the universe we live in and look around again, will we think it's a spectacular place for us to live? or should we accept the reality that it is not and correct our mistakes to keep ourselves and others happy, or should we continue to improve them from the past for a better present universe, until we and this universe are extinguished, or should we find a new universe to embark on another journey...

BangLee Everything Everywhere

อนุวัฒน์ อภิมุขมงคล
จัดแสดง 18 มีนาคม – 29 เมษายน 2566

นำเสนอ โดย Head High Second Floor.

โลกนี้ล้วนเป็นอนิจจัง (อนิจฺจํ: Aniccam: Impermanence) ไม่มีสิ่งใดแน่นอน ผันแปร เปลี่ยนแปลง และสูญไป ไม่นิรันดร์

o   โลกนี้ล้วนเป็นทุกขัง (ทุกฺขํ: Dukkha: subject to suffering) ความทุกข์เป็นสสารของทุกสรรพสิ่ง ดำรงอยู่สภาพเดิมไม่ได้ เป็นไปด้วยธรรมชาติ และความอยากมี ไม่อยากมี อยากได้ ไม่อยากได้ อยากเป็น ไม่อยากเป็น

o   โลกนี้ล้วนเป็นอนัตตา (อนตฺตา: Anatta: non-self) ไม่สามารถยึดได้ ไม่สามารถยื้อได้ ไม่สามารถครอบครองได้ และไม่สามารถบังคับควบคุมได้ ไม่มีซึ่งตัวตนอันแท้จริง

ในขณะที่มนุษย์กำลังพยายามสำรวจและค้นคว้าความจริงของพหุจักรวาล เพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เพื่อหาคำตอบของการอุบัติของโลก เพื่อล้มล้างทฤษฎีจักรวาลเก่า หรือเพื่อหาความเป็นไปได้ของการดำรงอยู่ในจักรวาลใหม่ อาจเป็นเหตุผลข้อใดข้อหนึ่ง หรืออาจเป็นเหตุผลข้ออื่น แต่หากตรึกตรองดูให้ดี อาจเป็นเหตุผลที่ว่า เราค้นหาและจินตนาการถึงจักรวาลอื่น เพราะโลกและจักรวาลเดิมที่เราอยู่นั้น มนุษย์อย่างเราได้ย่ำยี ทำลาย ผลิตซ้ำและสั่งสมความ ป่วยไข้ เกินกว่าจะเยียวยารักษาเสียแล้ว การมีพหุจักรวาลหรือโลกคู่ขนานอื่นจึงดูจะเป็นความฝัน ความหวังแห่งทางรอด ให้เราได้หลีกหนี อำพรางและซ่อนเร้นจากโลกไร้ความสุขที่เราต่างมีส่วนสร้างขึ้นมา  โดยหลงลืมไปว่าสรรพสิ่งในโลกนี้ล้วนเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

“BangLee Everything Everywhere” จึงเป็นการรวบรวมพหุจักรวาลของบังลี (ร่างทรงของอนุวัฒน์ อภิมุขมงคล) ทั้งในโลกของความสุข ความทุกข์ ความจริง และความฝัน เพื่อพาไปสำรวจร่างของบังลี ที่ผันแปรเปลี่ยนรูปเป็นทุกสิ่งอยู่ทุกๆที่ในโลกของศิลปินอื่นและจักรวาลใหม่ บังลีจะเป็นใครเมื่อเป็นคนอื่น? คนอื่นจะเป็นใครเมื่อไร้ตัวตน? หากจักรวาลนี้ไม่มีเรา มันจะดีขึ้นหรือแย่ลง ขณะเดียวกันหากเราไปอยู่จักรวาลอื่น มันดีขึ้น หรือแย่ลง? การหาคำตอบอาจต้องเดินทางไปในจักรวาลสมมติ เมื่อเราดึงตัวเองกลับมาในโลกและจักรวาลเดิมและมองไปรอบๆอีกครั้ง เราจะคิดว่ามันน่าอยู่สำหรับเราอีกหรือไม่ หรือเราควรยอมรับและแก้ไขความผิดพลาดเพื่อประคองตัวเองรวมถึงผู้อื่นให้มีความสุข ปรับปรุงมันให้ดีกว่าที่ผ่านมา ในจักรวาลปัจจุบันนี้ต่อไป จนกว่าตัวเราและจักรวาลนี้จะดับสิ้น หรือค้นพบจักรวาลใหม่สำหรับการเดินทางอีกครั้ง...



A solo exhibition by
Sophirat Muangkum
28.01.23 - 11.03.23

Presented by Head High Second Floor.

Sophirat Muangkum is now considered one of the most important female nude photographers in Thailand.

In her photos you can feel the close emotional connection to the models, often friends of the artist, and their environment.

In this exhibition, the naked body is the focus.

A Influences from the history of art and photography are palpable, and if one wishes, one can even discover a connection to Bauhaus photography of the 1920s, in which the human body was depicted for the first time in photography as a landscape, part of the landscape, or still life. Role models such as Ren Hang or Nobuyushi Araki, but also Nan Golden and Larry Clark are easy to guess.

Sophirat's pictures tell us about feelings, longings, fears and loneliness, but also the blunt joy of one's own body. In a society where nudity and sexual freedom are still under state censorship and are not accepted by broad sections of the population, and where body shaming is a social problem, her works cannot be valued highly enough.

Sophirat's photos speak a clear language. We are there. We are many. We are not ashamed.

Thank you for that.

“We’re born naked, and the rest is drag.” RuPaul

NACKTE WAHRHEIT (ความจริงอันเปลือยเปล่า)

โศภิรัตน์ ม่วงคำ
จัดแสดง 28 มกราคม 2566 – 11 มีนาคม 2566

นำเสนอ โดย Head High Second Floor.


โศภิรัตน์ ม่วงคำเป็นหนึ่งในช่างภาพนู้ดหญิงที่สำคัญที่สุดในประเทศไทย ในภาพถ่ายของเธอสามารถรับรู้ได้ถึงความเชื่อมโยงทางอารมณ์อย่างใกล้ชิดกับแบบซึ่งมักเป็นเพื่อนและคนที่รายล้อมของศิลปินเอง

ภาพถ่ายของโศภิรัตน์คือความซาบซึ้งในความเป็นมนุษย์เอกลักษณ์ ความสวยงาม ความเปราะบาง และเรื่องเพศ มีความขี้เล่นแต่ยังคงไว้ซึ่งแนวทางที่จริงจังต่อร่างกายของมนุษย์ ตัวศิลปินให้ความสำคัญถึงการเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อร่างกายอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม บางครั้งโศภิรัตน์ก็ประสบความสำเร็จในการทะลายกำแพงขอบเขตระหว่างเพศชายและเพศหญิง เธอปฏิบัติต่อแบบภาพนู้ดอย่างเว้นระยะห่างและให้ความเคารพ บ่อยครั้งเร้าอารมณ์ แต่ก็ห่างจากความเป็นภาพถ่ายอนาจาร อิทธิพลระหว่างประวัติศาสตร์ศิลปะและถ่ายภาพเป็นสิ่งที่สัมผัสได้โดยสามารถค้นพบความเชื่อมโยงกับภาพถ่ายของเบาเฮาส์ (โรงเรียนสอนศิลปะที่มีชื่อเสียงในเยอรมนี)ในช่วงปี ค.ศ. 1920 ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกที่มีการนำภาพร่างกายมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของภาพทิวทัศน์ หรือหุ่นนิ่ง ศิลปินช่างภาพอย่างเช่น เหริน ฮัง หรือ โนบุโยชิ อารากิ, แนน โกดิน และ แลร์รี คลาร์ก คือตัวอย่างต้นแบบที่เห็นได้อย่างชัดเจน

ภาพของโศภิรัตน์บอกเราถึงความรู้สึก ความปรารถนา ความกลัว และความเหงา แต่ยังรวมถึงความสุขในร่างกายของตนเองด้วยในสังคมที่ภาพเปลือยและเสรีภาพทางเพศยังอยู่ภายใต้การเซ็นเซอร์ของรัฐและไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชนในวงกว้างและที่ๆการเหยียดเรื่องร่างกายยังเป็นปัญหาสังคมงานของเธอจึงยังไม่ได้รับการให้ค่าอย่างเพียงพอ ภาพถ่ายของโศภิรัตน์สื่อความหมายได้อย่างชัดเจน

เราอยู่ที่นั่น เรามีมากมาย และเราไม่ละอาย ขอบคุณสำหรับสิ่งนั้น

“เราล้วนเกิดมาเปลือยเปล่า ส่วนต่อจากนั้นก็โบ๊ะมันเข้าไป” รูพอล กล่าวไว้


Selected works from the collection of Head High Second Floor
and recent acquisitions.


Head High Second Floor
28/1 Singharat Rd., T.Si Phum, A.Mueang, Old Town, Mueang, Chiang Mai, 50200 Thailand

Opening Hours:
Tue - Sun
15:00 - 19:00
Or by appointment

+66 61 686 0660 (ENG/GER)