BangLee Everything Everywhere

A solo exhibition by
Anuwat Apimukmongkon
March 18 – April 29, 2023

Presented by Head High Second Floor.

This world is Aniccam (Impermanence), nothing is certain, it changes, disappears, and it is not eternal.

o   This world is Dukkha (Subject to suffering). Suffering is the substance of all things, cannot survive in its original state, it’s variable by natural such as wanting, not wanting, wanting to have, not wanting to have, wanting to be, not wanting to be.

o   This world is Anatta (Non-self), cannot be grasped, unable to hold, unable to possess and cannot be controlled, devoid of true identity.

While humans are actively trying to explore and seek out the truth of the multiverse for scientific discovery, to find answers about the origins of the world, to disprove the theory of the old universe, or to discover the possibility of the existence of the new universe, it could be one reason or any other, but if you take a glance carefully, it may be that one reason: we explore and seek out other universes because the world and the original universe that we are in have been ruined, destroyed, reproduced, and accumulated, and that is too much to heal. The existence of a multiverse or other parallel world appears to be a fantasy, a salvation hope for us to escape and hide from the unhappy world that we have all created by forgetting that everything in this world is Aniccam, Dukkha, and Anatta.

"BangLee Everything Everywhere" is a compilation of Bang Lee's multiverses (the medium of Anuwat Apimukmongkol) in the world of happiness, suffering, reality, and dreams. It will take you to explore the body of BangLee that has transformed into everything everywhere in the world of other artists and a new universe. Who would Bang Lee be if she were someone else? Who would the other person be without their identity? If we, as humans, had never existed in this universe, would it be better or worse? At the same time, if we happened to exist in another universe, would it be better or worse? To find those answers, it may require us to travel through other universes. And when we pull ourselves back into the universe we live in and look around again, will we think it's a spectacular place for us to live? or should we accept the reality that it is not and correct our mistakes to keep ourselves and others happy, or should we continue to improve them from the past for a better present universe, until we and this universe are extinguished, or should we find a new universe to embark on another journey...

BangLee Everything Everywhere

อนุวัฒน์ อภิมุขมงคล
จัดแสดง 18 มีนาคม – 29 เมษายน 2566

นำเสนอ โดย Head High Second Floor.

โลกนี้ล้วนเป็นอนิจจัง (อนิจฺจํ: Aniccam: Impermanence) ไม่มีสิ่งใดแน่นอน ผันแปร เปลี่ยนแปลง และสูญไป ไม่นิรันดร์

o   โลกนี้ล้วนเป็นทุกขัง (ทุกฺขํ: Dukkha: subject to suffering) ความทุกข์เป็นสสารของทุกสรรพสิ่ง ดำรงอยู่สภาพเดิมไม่ได้ เป็นไปด้วยธรรมชาติ และความอยากมี ไม่อยากมี อยากได้ ไม่อยากได้ อยากเป็น ไม่อยากเป็น

o   โลกนี้ล้วนเป็นอนัตตา (อนตฺตา: Anatta: non-self) ไม่สามารถยึดได้ ไม่สามารถยื้อได้ ไม่สามารถครอบครองได้ และไม่สามารถบังคับควบคุมได้ ไม่มีซึ่งตัวตนอันแท้จริง

ในขณะที่มนุษย์กำลังพยายามสำรวจและค้นคว้าความจริงของพหุจักรวาล เพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เพื่อหาคำตอบของการอุบัติของโลก เพื่อล้มล้างทฤษฎีจักรวาลเก่า หรือเพื่อหาความเป็นไปได้ของการดำรงอยู่ในจักรวาลใหม่ อาจเป็นเหตุผลข้อใดข้อหนึ่ง หรืออาจเป็นเหตุผลข้ออื่น แต่หากตรึกตรองดูให้ดี อาจเป็นเหตุผลที่ว่า เราค้นหาและจินตนาการถึงจักรวาลอื่น เพราะโลกและจักรวาลเดิมที่เราอยู่นั้น มนุษย์อย่างเราได้ย่ำยี ทำลาย ผลิตซ้ำและสั่งสมความ ป่วยไข้ เกินกว่าจะเยียวยารักษาเสียแล้ว การมีพหุจักรวาลหรือโลกคู่ขนานอื่นจึงดูจะเป็นความฝัน ความหวังแห่งทางรอด ให้เราได้หลีกหนี อำพรางและซ่อนเร้นจากโลกไร้ความสุขที่เราต่างมีส่วนสร้างขึ้นมา  โดยหลงลืมไปว่าสรรพสิ่งในโลกนี้ล้วนเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

“BangLee Everything Everywhere” จึงเป็นการรวบรวมพหุจักรวาลของบังลี (ร่างทรงของอนุวัฒน์ อภิมุขมงคล) ทั้งในโลกของความสุข ความทุกข์ ความจริง และความฝัน เพื่อพาไปสำรวจร่างของบังลี ที่ผันแปรเปลี่ยนรูปเป็นทุกสิ่งอยู่ทุกๆที่ในโลกของศิลปินอื่นและจักรวาลใหม่ บังลีจะเป็นใครเมื่อเป็นคนอื่น? คนอื่นจะเป็นใครเมื่อไร้ตัวตน? หากจักรวาลนี้ไม่มีเรา มันจะดีขึ้นหรือแย่ลง ขณะเดียวกันหากเราไปอยู่จักรวาลอื่น มันดีขึ้น หรือแย่ลง? การหาคำตอบอาจต้องเดินทางไปในจักรวาลสมมติ เมื่อเราดึงตัวเองกลับมาในโลกและจักรวาลเดิมและมองไปรอบๆอีกครั้ง เราจะคิดว่ามันน่าอยู่สำหรับเราอีกหรือไม่ หรือเราควรยอมรับและแก้ไขความผิดพลาดเพื่อประคองตัวเองรวมถึงผู้อื่นให้มีความสุข ปรับปรุงมันให้ดีกว่าที่ผ่านมา ในจักรวาลปัจจุบันนี้ต่อไป จนกว่าตัวเราและจักรวาลนี้จะดับสิ้น หรือค้นพบจักรวาลใหม่สำหรับการเดินทางอีกครั้ง...


A solo exhibition by
Sophirat Muangkum
28.01.23 - 11.03.23

Presented by Head High Second Floor.

Sophirat Muangkum (1983) Thai artist lives and works based in Bangkok.

Sophirat is a self-taught artist and currently one of Thailand’s leading nude photographers. She had spent 3 years working as a photographer in Germany prior to moving back home in 2013 where she started to exhibit her works and established herself in the Thailand art scene.

Sophirat is interested in human thought. She is often inspired by stories of people,nature,animals, subculture and thesituation of Thai society. She answers her questions thru her works about what she was interested in at that time.

Since 2019, she starts join ‘artist-in-residence’ program because she would like to has an opportunity to research and collaborate with local people about what do they think about their own body and ask them to use their own body to talk about situation at that time such as politics, nature, pollution, subculture, beauty standard etc. Besides, she tries to empower people to start loving their body and respect diversity.

Her works have been exhibited, among the others, at Bangkok Art & Cultural Center (BACC), Photo Fair Thailand at BITEC (Bangkok), Midnice Gallery (Bangkok), Radisson Blu (Bangkok), Objectifs-Centre for Photography and Film(Singapore), Rebel Art Space (Bangkok), Innerspace (LA,USA). Her solo exhibition has been exhibited at most gallery, also a part of ‘Galleries night Bangkok’.

Beside being an artist, she is a freelance curator who is interested in emerging artists. Sophirat was a curator for ‘Phayao Photography Biennale 2021-2022’.

Sophirat also works for commercial projects and publications. Her images have been featured in VOGUE Italia, ThaiPBS, Play Magazine Thailand, Zoomaa (Norway), KALTBLUT Magazine (Germany),BOOMER Magazine (England) and Blast Magazine Thailand. She is also a guest artist at many photography workshops and talks.

NACKTE WAHRHEIT (ความจริงอันเปลือยเปล่า)

โศภิรัตน์ ม่วงคำ
จัดแสดง 28 มกราคม – 11 มีนาคม 2566

นำเสนอ โดย Head High Second Floor.

โศภิรัตน์ม่วงคํา เกิดใน พ.ศ.2526

โศภิรัตน์เรียนรู้การถายภาพด้วยตนเองและเป็นหนึ่งในช่างภาพนู้ดอันดับต้นๆของประเทศไทย เธอเคยทํางานเป็นช่างภาพในประเทศเยอรมนี 3 ปีก่อนทีจะกลับมาในเมืองไทยในปี 2556 ในช่วงเวลานี้เอง โศภิรัตน์ ได้ค้นคว้าแง่มุมทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับร่างกายมนุษย์และภาพนู้ด

โศภิรัตน์สนใจในความเป็นมนุษย์ เธอมักได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวของผู้คน ธรรมชาติ สัตว์ต่างๆ ไปจนถึงวัฒนธรรมย่อย และสถานการณ์ในสังคมไทย และค้นหาคำตอบของชีวิตผ่านผลงานที่เธอทำในแต่ละช่วงเวลา

ในปี 2562 เธอได้เข้าร่วมในโครงการศิลปินพำนักด้วยความต้องการทำการค้นคว้าและร่วมงานกับชุมชนท้องถิ่น เพื่อค้นหาว่าพวกเขาคิดอย่างไรเกี่ยวกับร่างกายตัวเอง และนำร่างกายของพวกเขามาบอกเล่าเรื่องราวที่พวกเขาสนใจ เช่น การเมือง ธรรมชาติ มลพิษ วัฒนธรรมย่อย หรือมาตรฐานความงาม ฯลฯ นอกเหนือจากนี้เธอยังสนับสนุนเรื่องการรักร่างกายตัวเองและการเคารพความหลากหลายในสังคม

ผลงานของโศภิรัตน์ไม่ใช่แค่เพียงภาพถ่ายนู้ดที่เปลื้องเปลือยผิวหนังและร่างกายของมนุษย์ให้เห็นแต่เพียงเท่านั้น หากแต่ยังเป็นการผสมผสานความเป็นศิลปะ แนวคิด และศิลปะแห่งการดึงตัวตนของผู้คนออกมา ผลงานหลายชิ้นของเธอแสดงออกถึงตัวตนอันหลายหลากของนายและนางแบบเหล่านั้น และบ่งบอกเรื่องราวที่ซ่อนเร้นของพวกเขาผ่านผิวหนัง ท่วงท่า และแสงสีอันซับซ้อนละเอียดอ่อนของงานภาพถ่าย

นอกเหนือจากการเป็นศิลปิน เธอยังเป็นคิวเรเตอร์อิสระที่มีความสนใจในศิลปินรุ่นใหม่ เธอได้ทำหน้าที่คิวเรเตอร์ในเทศการภาพถ่ายพะเยา ‘Phayao Photography Biennale 2021-2022’

ผลงานของเธอได้รับการจัดแสดงที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ที่งาน Photo Fair Thailand (ไบเทค) ที่ Objectifs-Centre for Photography and Film (สิงคโปร์) ที่ MOCA Museum of Contemporary Art (กรุงเทพฯ) ที่ Rebel Art Space (กรุงเทพฯ) ที่แกลอรี่ Innerspace (สหรัฐอเมริกา) รวมถึงที่แกลอรี่ Most (ในช่วงเทศกาล Galleries Night ที่กรุงเทพฯ) นอกจากในช่อง ThaiPBS แล้ว ผลงานภาพถ่ายของโศภิรัตน์ยังได้รับการนำไปตี-พิมพ์ในนิตยสาร VOGUE Italia ตลอดจนนิตยสารอังกฤษ BOOMER และนิตยสารออนไลน์ของนอร์เวย์ Zoomaa รวมถึงนิตยสารเยอรมัน KALTBLUT และนิตยสารไทย Blast อีกด้วย ปัจจุบันโศภิรัตน์เป็นวิทยากรรับเชิญในงาน เสวนาทั้งในองค์กรเอกชนหรือบรรยายในมหาวิทยาลัยและเวิร์กชอปด้านการถ่าย ภาพต่างๆมากมาย


A solo exhibition by
David Kwan Shon
23.12.22 - 21.01.23

Presented by Head High Second Floor.

Opening Reception 18:00 Friday 23 December, starting 18 pm, in presence of the artist.

David Kwan Shon was born in Honolulu, Hawaii, in 1954. His studies included Liberal Arts at Hawaii Loa College in Kaneohe, Hawaii, with further emphasis on Visual Arts and Theatrecraft at Foothill College in Los Altos Hills, California.

Artist Statement
The artist observes and reflects. Mr. Shon presents a photo narrative in multi-media that spans four decades of observation and reflection.
Chapter 1 – “The Staircase and Other Human Aspects”
Canon laser prints on paper from Polaroids.

Chapter 2 – “Dark Room”
Black and White images from Kodak negative film.
Silver gelatin and Epson prints on Canvas.

Chapter 3 – “Drift or Lay at Anchor”
A nautical term. When sailing at night or in a storm, one may either drift on the current or drop a net anchor to steady the course.
Epson prints on canvas.

The title of this exhibition is borrowed from the novel by Paul Bowles published in 1949


เดวิด ควาน ชอน
จัดแสดง 23 ธันวาคม 2565 – 21 มกราคม 2566

นำเสนอ โดย Head High Second Floor.

เดวิด ควาน ชอน เกิดที่โฮโนรูรู ฮาวาย ปี ค.ศ. 1954 เขาได้เรียนวิชาศิลปศาสตร์ที่ วิทยาลัย ฮาวาย โลอาร์ ใน คาเนโอเฮ และศึกษาต่อในวิชาทัศนศิลป์ และการละคร ที่วิทยาลัย ฟุตฮิลล์ ใน ลอส ออลโทสฮิลส์ เคลิฟอร์เนีย

ชอนได้นำเสนอรูปถ่ายเหตุการณ์ต่างๆ ที่เขาได้สังเกตเห็นสิ่งที่พบเจอกว่าสี่ทศวรรษ


บทที่ 1 “ขั้นบันไดและมุมมองของมนุษย์ผู้อื่น”

บทที่ 2 “ห้องมืด”
เจลาตินสีเงิน พิมพ์บนผ้าใบ

บทที่ 3 “ลอยหรือทิ้งสมอเรือดี”
ในช่วงเวลาของการเดินเรือ เมื่อล่องเรือในตอนกลางคืนหรือในยามเกิดพายุ บางคนก็เลือกที่จะลอยสมอเรือหรือทิ้งสมอเรือ เพื่อให้เรือหยุดนิ่ง

พอล โบว์เลส ตีพิมพ์เมื่อปี ค.ศ. 1949


A solo exhibition by
Subannakrit Krikum
05.11.2022 – 10.12.2022

Presented by Head High Second Floor.

Opening Reception 5 Novenber 2022, starting 18 pm, in presence of the artist.

"Spiritual Anchor" - the paintings in this series are inspired by the small joys that occur in most people's everyday lives. These happen to us relatively often and, as if by chance, quiet our minds and give one the strength to cope with life. Small joys can be, for example, a delicious meal, an outing or an activity that one enjoys.

Subannakrit has put these simple occurrences into a form similar to the depictions of god figures in most religions.

Imagine a new god born out of the ordinary and the old with the help of symbols and technical and electronic household devices that everyone knows and that are easily accessible.
What about your "god"?


สุบรรณกริช ไกรคุ้ม
จัดแสดง 5 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2565

นำเสนอ โดย Head High Second Floor.

สุบรรณกริช ไกรคุ้ม
เกิดปี 2537 อาศัยและทำงานในกรุงเทพฯ

ผลงานในชุด "Spiritual Anchor" นี้ได้แรงบันดาลใจจากความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของผู้คน ซึ่งเป็นเรื่องแสนธรรมดาที่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจให้คน ๆ หนึ่งมีแรงที่จะสู้ชีวิตต่อไป เช่น การได้กินของอร่อย การไปที่ยวหรือทำในสิ่งที่ชื่นชอบ
ศิลปินจึงได้เอาเรื่องราวเหล่านี้มาถ่ายทอดในรูปแบบที่คล้ายรูปเคารพของเทพในหลายศาสนา มาจินตนาการใหม่เป็นเทพที่กำเนิดมาจากความธรรมดา ผ่านสัญลักษณ์ และข้าวของเครื่องใช้ที่ทุกคนสามารถพบเห็นได้ทั่วไปและเข้าถึงง่าย แล้วเทพของคุณละ “God of ?”

Landscape of Unity the Indivisible

A photo-painting by
Manit Sriwanichpoom
10.09.2022 – 15.10.2022

Presented by Head High Second Floor.

Opening Reception 10 September 2022, starting 6 pm, in presence of the artist.

Manit Sriwanichpoom, b. 1961, lives and works in Bangkok, is one of Thailand’s pioneering contemporary photographers, and having exhibited worldwide. His social and political works are collected by important museums and private collectors.

In 2004 during Thaksin Shinawatra’s Premiership, the Thai army attacked alleged terrorists at Krue-se mosque in Pattani causing 108 deaths. Six months later another 85 Muslim protestors suffocated to death while under arrest. The people involved in these massacres have never been tried in courts with criminal charge.

This official apathy to pursue justice in these cases has driven photo-artist Manit Sriwanichpoom to extend his medium into the paint box to create large-scale photo-paintings from news photographs of the Krue-se and Tak Bai incidents in Thai newspapers.

Landscape of Unity the Indivisible’ is his first ever series of photo paintings.

(Landscape of Unity the Indivisible)

มานิต ศรีวานิชภูมิ
10 กย. – 15 ตค. 2565

นำเสนอ โดย Head High Second Floor.

มานิต ศรีวานิชภูมิ เกิดเมื่อ พ.ศ. 2504 ใช้ชีวิต และทำงานศิลปะอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในศิลปินถ่ายภาพ ร่วมสมัยที่นำเสนองานในนิทัศการต่างๆมาแล้วทั่วโลก

ปี 2547 - 28 เมษายน ภายใต้รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ทหาร และตำรวจใช้กำลังเข้าปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบในมัสยิดกรือเซะ และพื้นที่ใกล้เคียง จ.ปัตตานี ยังผลให้มีผู้เสียชีวิต 108 คน หลังจากนั้นเพียง 6 เดือน ในวันที่ 25 ตุลาคม ที่ตากใบ ทหารและตำรวจอีกเช่นกันได้ทำการล้อมจับผู้ชุมนุมชาวมุสลิมกว่าพันคน โดยขณะลำเลียงพวกเขาไปยังค่ายทหาร ปรากฏมีผู้เสียชีวิตถึง 85 คน เพราะขาดอากาศหายใจจากการยัดผู้ถูกจับกุมใส่รถบรรทุกทหารจนแน่นเป็นปลากระป๋อง ถึงแม้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะชดเชยเงินเยียวยแก่เหยื่อและครอบครัว แต่ผู้เกี่ยวข้องต่อการก่ออาชญากรรมทั้งสองกรณีกลับยังไม่ต้องรับโทษอันใด และในปี 2567 ที่จะถึงนี้ อายุความคดีอาญาจะครบ 20 ปี นั่นหมายความว่าพวกเขาทั้งหมดจะพ้นผิดทันที

ความไม่แยแสของทางการต่อความอยุติธรรมครั้งนี้ ทำให้ มานิต ศรีวานิชภูมิ ต้องสร้างสรรค์ภาพถ่ายจิตรกรรมขนาดใหญ่เพื่อสื่อสารถึงเหตุฆาตกรรมโดยรัฐครั้งนี้ ด้วยการนำเอาภาพข่าวเหตุการณ์จริงจากหนังสือพิมพ์ที่รายงานสถานการณ์ ณ เวลานั้น มาพิมพ์ขยายเป็นภาพขาว-ดำบนผ้าแคนวาสขนาดใหญ่ แล้วระบายสีแดงและน้ำเงินของธงชาติไทยบนผืนภาพเหล่านั้นอีกที “อยากช็อกและรบกวนจิตใจผู้ชม” มานิตกล่าวถึงสิ่งที่เขาทำ เพื่อทำให้เราเห็นและรู้สึกถึงความรุนแรงนั้นอีกครั้ง


“TOUCH ME”- Group show
More than 14 artistic
Will be shown in the exhibition

Curated by Reinhard Kressner
11.06.2022 – 23.07.2022

Presented by Head High Second Floor.

"Touch Me", has a multi-layered meaning in English - it can be translated both literally and figuratively. The literal meaning is "to make physical contact", while when taken figuratively, it can mean so much more. Figuratively, "Touch Me" is the act of invoking sympathy or feeling, bringing out real emotions. These feelings can be enriching sad, or even happy. Within these range of meanings, "Touch Me" perfectly describes this upcoming art exhibition, one that explores these feelings through nudity and eroticism in art.

Nudity reveals, but also conceals and blurs, as it attracts and repeis. The nude is the oldest genre of art and also the most enigmatic. To this day, the nude builds shaky bridges across the deep divide between high art and pornography. Such works know how to be both at the same time: an erotic source of inspiration and work art. It is precisely this tightrope walk that the exhibition "Touch Me" aims to demonstrate. Various aspects of the genre will be presented, including nudity in the context of ideals, self-determination, or homosexuality.

More than 14 artistic positions will be shown in the exhibition. In addition to painting, drawing and photography, video and installation will also be presented. Some works come from the Head High Second Floor collection as well.

“TOUCH ME”- Group show
นิทรรศการงานศิลปะของศิลปินมากกว่า 14 คน

ดูแลศิลปินโดย ไรนฮาร์ด เครชแนร์
11 มิ.ย. 2565 – 23 ก.ค. 2565

นำเสนอ โดย Head High Second Floor.

“Touch Me” มีความหมายหลายชั้นในภาษาอังกฤษสามารถแปลได้ทั้งตามตัวอักษร และในเชิงเปรียบเทียบความหมายตามตัวอักษรคือ “การสัมผัสทางกาย” ในขณะที่ ความหมายในเชิงเปรียบเทียบ อาจมีความหมายมากกว่านั้นอีกมาก ในแง่ของการเปรียบเปรย “Touch Me” คือการแสดงความเห็นอกเห็นใจหรือความรู้สึกโดยแสดงอารมณ์ที่แท้จริงออกมา ความรู้สึกเหล่านี้สามารถเติมเต็มเศร้าหรือแม้แต่มีความสุข ภายในขอบเขตของความหมายเหล่านี้

“Touch Me” ได้อธิบายถึงนิทรรศการศิลปะที่กำลังจะมีขึ้นนี้อย่างสมบูรณ์แบบ นิทรรศการที่สำรวจความรู้สึกเหล่านี้ผ่านภาพเปลือยและความเร้าอารมณ์ในงานศิลปะ ภาพเปลือยคือการเปิดเผย แต่กลับถูกปกปิดและทำให้เบลอเมื่อมันสื่อถึงการยั่วเย้าและสิ่งน่ารังเกียจ ภาพเปลือยเป็นศิลปะประเภทที่เก่าแก่ที่สุดและลึกลับที่สุดจนถึงทุกวันนี้ ภาพนู้ดสร้างสะพานที่สั่นคลอนข้ามของแบ่งระหว่างศิลปะชั้นสูงและภาพลามกอนาจาร งานศิลปะดังกล่าวรู้วิธีที่จะสื่อทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน

ซึ่งแหล่งที่มาของแรงบันดาลใจและงานศิลปะที่เร้าอารมณ์ ในนิทรรศการ “Touch Me” มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงออกถึงสิ่งเหล่านี้อย่างตรงไปตรงมา แนวศิลปะดังกล่าวจะนำเสนอในแง่มุมต่างๆ ซึ่งรวมถึงภาพเปลือย ในบริบทของอุดมคติความมุ่งมั่นในตนเอง หรือการรักร่วมเพศภาย ในงานนิทรรศการจะมีการแสดงงานศิลปะของศิลปินมากกว่า 14 คน ไม่ว่าจะเป็นภาพวาดจิตรกรรมภาพวาดลายเส้นภาพถ่ายวิดีโอ และศิลปะจัดวางผลงานบางส่วนยังมาจากผลงานสะสมของแกลอรี่เฮดไฮเซ็กคอนฟลอร์อีกด้วย

“KWAI”- Sometimes I wish
I was a water buffalo
A solo exhibition by Maitree Siriboon

Curated by Reinhard Kressner
16.04.2022 – 28.05.2022

Presented by Head High Second Floor.

Opening Reception April 16th 2022, starting 6 pm, in presence of the artist.

Maitree Siriboon, born in 1983, lives and works in Ubon Ratchatani and Bangkok, is one of the best known Thai artists of his generation.

After completing his bachelor's degree at Silpakorn University, Maitree caused a sensation with his photo series "Isan Boy Dream" and "Isan Boy Soi 4" and quickly became well-known. His pictures literally went around the world and could be seen on almost every continent, in numerous exhibitions. Maitree also attracted attention with his beautiful, large-scale mosaic collages, installations and performances. In the course of his young career, he participated in biennials and triennials and received numerous national awards, including the prestigious Bangkok Bank Art Award in 2006. At this year's Bangkok Biennale, Maitree is represented with a large mosaiced sculpture of a water buffalo.

His work can be found in major private collections around the world and museum institutions.

“ควาย”- บางครั้งฉันคิดว่าฉันเป็นควาย
นิทรรศการเดี่ยว โดย ไมตรี ศิริบุญ

ดูแลศิลปินโดย ไรนฮาร์ด เครชแนร์
16 เมษ. 2565 – 28 พค. 2565

นำเสนอ โดย Head High Second Floor.

เลี้ยงรับรองวันเปิดงานแสดง 16 เมษ. 2565, เวลา 18.00 น, โดยศิลปิน

ไมตรี ศิริบุญ เกิดในปี พ.ศ. 2526 พำนักและทำงานในจังหวัดอุบลราชธานีและกรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในศิลปินไทยที่มีชื่อเสียงที่สุดในรุ่นราวคราวเดียวกับเขา

หลังจบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยศิลปากร ไมตรีได้สร้างความตื่นเต้น ด้วยภาพถ่ายชุด “Isan Boy Dream” และ “Isan Boy Soi 4” และกลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว รูปภาพของเขาแพร่หลายไปทั่วโลกในเกือบทุกทวีป ในนิทรรศการศิลปะต่างๆมากมาย ไมตรียังดึงดูดความสนใจผู้ชมด้วยภาพปะติด (Collage) โมเสกขนาดใหญ่ (Mosaic) ศิลปะการจัดวาง (Installation Art) และศิลปะแสดงสด (Performance Art) ในช่วงชีวิตการทำงานวัยหนุ่มของเขา เขาได้เข้าร่วมแสดงงานเทศกาลศิลปะร่วมสมัยเบียนนาเล่ (Biennials) และ เทียนนาเล่ (Triennials) และได้รับรางวัลระดับประเทศมากมาย รวมถึงรางวัลศิลปะธนาคารกรุงเทพฯ (Bangkok Bank Art Awar) อันทรงเกียรติในปี 2006 ที่งาน บางกอกเบียนนาเล่ในปีนี้

ไมตรีได้แสดงรูปปั้นโมเสกควายขนาดใหญ่ ผลงานของเขาสามารถพบได้ในงานสะสมส่วนตัวที่สำคัญทั่วโลกและสถาบันพิพิธภัณฑ์ต่างๆ

“The City of Goat”- a solo exhibition by WANMUHAIMIN E-TAELA

Curated by Anuwat Apimukmongkon
20.02.2022 – 02.04.2022

Presented by Head High Second Floor.

Opening Reception February 19th 2022, starting 6 pm, in presence of the artist.

Wanmuhaimin E-Taela (Min) was born in1997, in Narathiwat, Thailand, where he lives and works to this day. He graduated with a Bachelor of Fine Arts from Prince of Songkla University, Pattani campus.
“The City of Goat” will be his first solo-show in the northern capital.
Through his use of various artistic means - photography, video, painting, collage techniques and calligraphy - Wanmuhaimin’s (Min’s) work deals with cultural identity, belonging and self-discovery. The central question running through all of his work asks, “What home and/or homelessness means?”.

“เมืองแพะ” นิทรรศการเดี่ยวโดย วันมูไห่มิน อี-เตลา (มิน)

ดูแลศิลปินโดย อนุวัฒน์ อภิมุกมงคล
20.02.2022 – 02.04.2022

นำเสนอ โดย Head High Second Floor.

งานเปิด 19 กุมภาพันธ์ 2565 เริ่ม 18.00 น. พร้อมพบศิลปิน
วันมูหะมิน อี-เตละ (มิน) เกิดเมื่อปี 1997 ที่นราธิวาส จังหวัดที่เขา
อาศัยและทำ งานมาจนถึงทุกวันนี้ เขาสำเร็จการศึกษา
ศิลปศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขต
“เมืองแพะ” คือนิทรรศการแสดงเดี่ยวครั้งแรกของเขา
ดว้ ยการใชวิ้ธีการทางศิลปะที่หลากหลายของเขา ไม่ว่าจะเป็น
การถ่ายภาพ วิดีโอ ภาพวาด เทคนิคการตัดแปะและการประดิษฐ์ตัว
อักษร งานของ วันมูหะมินล้วนเกี่ยวข้องกับเอกลักษณ์ทาง
วัฒนธรรม ความเป็นเจา้ ของ และการคน้ พบอัตลักษณ์ คำถาม
สำคัญในการทำงานทั้งหมดของเขาคือ “ความหมายของบ้านและ

“Apocalypse” a solo exhibition by

Anuwat Apimukmongkon

December 19,2021 - February 12,2022

Presented by Head High Second Floor.

Opening reception December, 18, 2021 at 6 p.m. in the presence of the artist.


Anuwat Apimukmongkon, born 1995, Trang, lives and works in the Deep South of Thailand. He graduated with a Bachelor of Fine Arts from Prince of Songkla University, Pattani campus.

This exhibition celebrates simplicity, opulence, beauty, and above all, love. As such where does “Apocalypse” fall into all this?

“HOPE LAND” a solo exhibition by BAPHOBOY

03.10.2021 – 04.12.2021

Presented by Head High Second Floor, Chiang Mai

Opening reception October 2nd 2021 from 6pm in presence of the artist



Sippakorn Khiaosanthia also known as Baphoboy (born 1995) is an artist from Chon Buri. He finished his studies at Silpakorn University Bangkok and graduated with a Bachelor of Art degree (Graphic Arts). He recently took the web by storm with his poignant satirical and enigmatic smiley figures. It was an immediate success, and since then his rapid ascension brought him to be selected for Pictoplasma Berlin 2021, the most important international conference and festival about contemporary character design.

His curent work, mostly digital paintings, tell a lot about present-day Thailand.

Baphoboy`s  work portrays his daily struggle and stress in dealing with news and politics. The COVID Pandemic is also on display in his work as its impact has sharpened and shaped his views in many ways.

The paintings come with characters in beautiful coloring setting, but their smiles seem frozen and the scene is often violent and sexually charged.

His pictures are strong and speak for themselves, even if they are sometimes full of hidden messages and symbols. For people who love Thailand and are interested in the history of the country these are not difficult to decipher.

His aim is to reach a broad public and encourage people not to be afraid and to stand up for basic human rights, equality and fairness.

Exhibiting for the very first time in the northern capital, a selection of 15 works will be displayed as high quality prints on paper and canvas, limited editions signed and dated by the artist.

His exhibition „Hope Land“ will be shown at Head High Second Floor in Chiang Mai from 03.10.2021 to 04.12.2021. Opening Reception on October 2nd from 6 pm. The artist will be present.